
เดือนนี้เป็นเดือนเกิด ใกล้จะสิ้นสุดเดือนเกิดของตนเองไปแล้ว
ยังไม่ได้เขียนอะไรลงไปในบันทึกเล่มนี้เลย
ทั้ง ๆ ที่เดือนนี้และเดือนที่ผ่าน มีเรื่องราวดี ๆ เกิดขึ้นกับชีวิตตั้งมากมาย
คือ การจัดค่ายเยาวชนคนสร้างฝัน ขบวนการมดแดง ระหว่างวันที่ ๑๖-๑๘ สิงหาคม
ที่บ้านแม่กลางหลวง ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ มีน้อง ๆ มาร่วมค่ายเกือบ ๑๕๐ คน
และมีผู้ใหญ่ใจดีจากอเมริกา คือ แม่ครูหลา มาร่วมกิจกรรม มาให้กำลังใจ
และให้การสนับสนุนอีกด้วย
นอกจากจัดงานค่ายแล้ว หลังจัดค่าย คือ วันที่ ๑๙ สิงหาคม
แม่ครูหลายังได้ไปบริจาคเสื้อกันหนาว
และอุปกรณ์การศึกษาแก่น้อง ๆ โรงเรียนบ้านแม่กลางหลวงอีกด้วย
งานนี้รู้สึกผูกพันกับแม่ครูมาก
เพราะแม่ครูเป็นกันเอง ใจดี
และสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แม่ครูมอบให้กับมดแดงทุกคน
"หัวใจของผู้ให้ คือ มารดาของใจทุกดวง" จริง ๆ
ผ่านวันคล้ายวันเกิด ไปได้หลายวัน
แม้วันเกิดปีนี้ จะไม่ได้รับของขวัญจากใครเลยสักชิ้น
ทั้งจากน้องคนสนิทหรือคนรู้จักมักคุ้น
แต่วันเกิดของคนอื่นเราก็ได้เลือกของที่ดีที่สุดในชีวิตให้เขาไปแล้ว
ยังไม่ได้เขียนอะไรลงไปในบันทึกเล่มนี้เลย
ทั้ง ๆ ที่เดือนนี้และเดือนที่ผ่าน มีเรื่องราวดี ๆ เกิดขึ้นกับชีวิตตั้งมากมาย
คือ การจัดค่ายเยาวชนคนสร้างฝัน ขบวนการมดแดง ระหว่างวันที่ ๑๖-๑๘ สิงหาคม
ที่บ้านแม่กลางหลวง ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ มีน้อง ๆ มาร่วมค่ายเกือบ ๑๕๐ คน
และมีผู้ใหญ่ใจดีจากอเมริกา คือ แม่ครูหลา มาร่วมกิจกรรม มาให้กำลังใจ
และให้การสนับสนุนอีกด้วย
นอกจากจัดงานค่ายแล้ว หลังจัดค่าย คือ วันที่ ๑๙ สิงหาคม
แม่ครูหลายังได้ไปบริจาคเสื้อกันหนาว
และอุปกรณ์การศึกษาแก่น้อง ๆ โรงเรียนบ้านแม่กลางหลวงอีกด้วย
งานนี้รู้สึกผูกพันกับแม่ครูมาก
เพราะแม่ครูเป็นกันเอง ใจดี
และสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แม่ครูมอบให้กับมดแดงทุกคน
"หัวใจของผู้ให้ คือ มารดาของใจทุกดวง" จริง ๆ
ผ่านวันคล้ายวันเกิด ไปได้หลายวัน
แม้วันเกิดปีนี้ จะไม่ได้รับของขวัญจากใครเลยสักชิ้น
ทั้งจากน้องคนสนิทหรือคนรู้จักมักคุ้น
แต่วันเกิดของคนอื่นเราก็ได้เลือกของที่ดีที่สุดในชีวิตให้เขาไปแล้ว
แค่นี้ก็สุขใจเกินพอ เพราะเราไม่ได้ละเลยต่อวันสำคัญของเขา
ส่วนวันเกิดของเราปีนี้
เราได้มอบของขวัญที่ดีที่สุดแก่ชีวิตตนเองและบุพการีผู้ให้กำเนิด
นั่นคือ การให้โอกาสได้ครองผ้ากาสาวพัตร์
บวชเป็นพระ ประพฤติปฏิบัติธรรมตามรอยบาทพระศาสดา
การเป็นพระ คือ ชีวิตที่สงบ วิเศษ และทรมานกิเลสภายในตัวได้เป็นอย่างดี
นับตั้งแต่วันที่ ๒๒ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๒ ถึง วันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๕๒
๒๐ กว่าวันกับการอบรมตนและการครองเพศสมณะ
ถือได้ว่า เป็นช่วงเวลาที่เปี่ยมคุณค่ามากที่สุดของกระผม
เพราะเป็นระยะเวลาของชีวิตที่ทุกลมหายใจเข้าออก พยายามบอกตัวเองเสมอว่า
"คิดแบบพระ พูดแบบพระ ทำแบบพระ" กลั่นกายวาจาให้ใสสะอาดบริสุทธิ์
หลวงพ่อ ท่านสอนให้บำเพ็ญเพียรทางจิต
โดยนึกน้อมใจมาตั้งไว้ที่ศูนย์กลางกาย ทั้งหลับตาลืมตา
ให้ใจสงบหยุดนิ่งอยู่ที่ศูนย์กลางกาย ผมว่า มันเป็นเรื่องที่มหัศจรรย์นะ
แค่เพียงเอาใจไว้ที่กลางตัว ไม่ให้วอกแวกไปไหน
แค่นี้เราก็สัมผัสได้ถึงความนิ่งและความบริสุทธิ์
ใจเรารู้สึกเกลี้ยง ๆ กลม ๆ มีความสุขแบบยิ้ม ๆ
เมื่อใจนิ่งมากขึ้น ก็รู้สึกเหมือนในท้องของเรามีแสงเรือง ๆ ออกมา
แล้วแสงเรือง ๆ นั้นก็ก่อตัวเป็นลูกกลม ๆ
จากมองรวม ๆ ว่า กลมเหมือนดวงจันทร์
พอใจรวมมากขึ้น ดวงจันทร์ที่เรื่อเรืองนั้นกลับมีจุดเล็กใสกลม ๆ
เป็นจุดเล็กจิ๊ดเดียวแต่ใสเหมือนเพชร แถมมีปล่องลงไปด้วย
มองไปในกลางปล่องก็ยิ่งแปลกอีก ปล่องนั้นใหญ่กว่าจุดที่เล็กจิ๊ดเดียว
ปล่องกลวง ๆ ที่ค่อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ กลับไปอยู่ในจุดจิ๊ดเดียวได้
หลวงพ่อสอนให้ทำใจเฉย ๆ แม้จะเจอภาพอะไร มองท่อกลวง ๆ ไปเฉย ๆ
ก็รู้สึกเหมือนตนเองได้กลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับท่อแก้วใส ๆ นั้น
ตัวเบา ๆ ลอย ๆ มันอิ่ม ๆ เหมือนกับว่า ในชีวิตนี้ไม่อยากได้อะไร
ยิ่งดูพระท่านก็ยิ่งผุดซ้อนขึ้นมามากมาย ขยายใหญ่โตขึ้นเรื่อย ๆ
ยิ่งนิ่งก็ยิ่งรู้สึกว่า ตัวเราสะอาด สว่าง บริสุทธิ์ขึ้น
และรู้สึกราวกับตัวเราเป็นเหมือนไม้ผลัดที่ถูกส่งต่อเข้าไปในศูนย์กลางขององค์พระเรื่อย ๆ
จากองค์เล็ก ๆ ส่งไปองค์ใหญ่ จากองค์ใหญ่ส่งไปสู่องค์ใหญ่กว่า
จากองค์ใหญ่กว่า ไปสู่องค์ใหญ่ที่สุด องค์ใหญ่ที่สุดไปสู่องค์ใหญ่สุด ๆ มีสุด ๆ ในสุด ๆ ไปอีก
รู้สึกว่า การบวชครั้งนี้แค่ได้นั่งมองพระ นอนมองพระ ยืนมองพระ เดินมองพระ
ก็มีความสุขเกินที่จะอธิบาย มององค์พระจนกระทั่งรู้สึกว่า
เราใช้ชีวิตอยู่ในศูนย์กลางองค์พระองค์ใหญ่ ๆ
ในวันที่เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดนาคปรก
เป็นประสบการณ์ชีวิตที่ไม่อาจลืมเลือนเลย
ในวันนี้มีเพื่อนที่กระผมรักที่สุด คือ อู๊ด ไปร่วมอนุโมทนา
ในวันนั้นพยายามไม่เอาใจออกไปไหน มองพระภายในอย่างเดียว
ดูเหมือนท่านสว่างไสวมากขึ้นกว่าเดิม
ขณะกล่าวคำขอบวชเหมือนตัวเบา ๆ ลอย ๆ
เหมือนนั่งอยู่ท่ามกลางความสว่าง
แล้วกายของเราก็เคลื่อนเข้าไปสู่กลางของกลางองค์พระที่เป็นท่อแก้วใส ๆ
ยิ่งเข้าไปสู่ภายในยิ่งโล่งกว้าง เบา สบาย
เหมือนเสียงเปล่งคำขอบวชในวันนั้น
ถูกถ่ายทอดเข้าไปในศูนย์กลางกายขององค์พระทุกองค์
ประสบการณ์ที่เกิดในวันนั้น
ถือเป็นวันมหัศจรรย์วันหนึ่งที่ลูกผู้ชายคนหนึ่งจะพึงมี
และขอนำมาบันทึกไว้ในบันทึกหน้านี้
เพื่อเป็นประวัติศาสตร์ชีวิตแห่งตน
"ในกาลแห่งสมณะ
ข้าฯ เห็นพระในกลางกาย
เปล่งแสงรังสีฉาย
แผ่ขยายไม่ถ้วนองค์
ท่านมาพร้อมความสุข
นิรทุกข์ธรรมดำรง
กายใจสะอาดองค์
พระกลั่นแก้ไม่ซ้ำกลาง
ยิ่งนิ่งยิ่งบริสุทธิ์
ใจยิ่งหยุด ยิ่งแผ่กว้าง
จุดเล็ก ณ ท่ามกลาง
ก็กระจ่างเป็นดวงธรรม
ในดวงมีองค์พระ
และในพระมีดวงธรรม
มีสุขอันลึกล้ำ
ซ้ำมีบุญกระจ่างใจ"
นอกจากได้พาตนมาบวชแล้ว
ยังได้พาน้อง ๆ มาบวชด้วย ในครั้งนี้ เราได้ดูแลพ่อ พี่ น้อง ชาวดอย
ที่มาบวชด้วยกันอีก ๒๕ คน ด้วยการสนับสนุนของผู้ใจบุญทั้งหลาย
ทั้งจากแม่ครูหลา น้องเปิ้ลและเพื่อนอู๊ด
ระหว่างการอบอรม แม้ความเป็นอยู่ในอาราม จะไม่สุขสบายเหมือนอยู่บ้าน
มีบททดสอบกำลังใจเข้ามาวัดใจเราเป็นระยะ
แต่ทุกคนก็ฝ่าด่านทั้งหลายทั้งปวง ประคองตนเข้าสู่สมณะเพศกันครบ
พอเห็นทุกคนได้ห่มผ้าเหลือง รู้สึกมีความสุขมาก ๆ
มันเหมือนเราได้รับชัยชนะในสงคราม นึกถึงบุญที่ทุกคนจะได้รับก็ยิ่งปีติ
เพราะบุญจากการบวชจะช่วยปิดประตูอบายแก่ผู้บวชและบิดา มารดาได้
ยิ่งคิดก็ยิ่งสุขใจ
หลายคนรำพึงให้ฟังว่า รู้แล้วว่า การเป็นพระลำบากอย่างไร
ก่อนเคยคิดว่า ชีวิตพระสุขสบาย แต่พอได้มาอยู่แล้ว ไม่ง่ายอย่างที่คิดเลย
เป็นพระเหนื่อยกว่าทำงานผ่าฟืนอยู่ที่บ้านทั้งวันเสียอีก
ผมเชื่อว่า ทางลัดสู่การเป็นพระแท้ ๆ
คือ การตรึกระลึกนึกถึงพระภายใน
มีพระพุทะเจ้าเป็นอารมณ์ หรือ มีพุทธานุสติ ให้ได้ตลอดเวลา
จนกระทั่ง กาย วาจา ใจ ของเรากลืนเข้าไปเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับองค์พระ
ราวกับว่า เรามีลมหายใจเดียวกับท่าน
แล้วเราจะสามารถดำรงอยู่ในเพศสมณะได้อย่างมีความสุข
ที่สำคัญที่สุด การอบรมระหว่างเป็นพระเปลี่ยนชีวิตผู้คนได้อย่างมากมาย
จากบางคนที่ไม่รู้ว่าอะไรเป็นบุญอะไรเป็นบาปพอได้บวช
และฟังหลวงพ่อ พระอาจารย์อบรมพร่ำสอน
ทำให้รู้ถึงวิธีการดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง
แค่นี้ก็ถือว่า คุ้มแล้วจริง ๆ
เพราะการดำเนินชีวิตไปพร้อมกับความไม่รู้ ฃ
ทำให้เราพลาดพลั้งทำบาปทำกรรมได้มากมายนัก
หลังสิ้นสุดการอบรม ถึงวันที่ต้องกล่าวคำลาสิกขา
เป็นวันที่น้ำตาลูกผู้ชายของเราต้องไหลอีกครั้ง
ไม่เคยรู้สึกอาลัยในผ้าเหลืองครั้งใด มากมายเท่ากับครั้งนี้
แต่เมื่อคำนวณถึงภาระหน้าที่ที่พึงต้องทำ
สิ่งต่าง ๆ ที่เริ่มต้นเอาไว้กำลังก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง
และสิ่งนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อผู้คนอีกมาก
จึงตัดสินใจลาเพศสมณะมาทำภารกิจให้สมบูรณ์
เมื่อถึงวันที่ กาย วาจา ใจ ทรงไว้ซึ่งคุณสมบัติอันบริบูรณ์เต็มเปี่ยม
วันนั้นข้าพเจ้าจะกลับมาทวงคืนความเป็นพระนี้ไปจนตลอดชีวิต
หลังลาลิกขา ได้เดินทางไปส่งและไปเยี่ยมบ้านผู้ที่เข้ามาบวชทุกคน
มันเป็นความรู้สึกที่อบอุ่นเหมือนเราได้เป็นครอบครัวเดียวกันแล้วจริง ๆ
ทุกคนต่างซาบซึ้งใจที่ได้เข้าไปบวช
และต่างมีหัวใจในการที่จะปกป้องพระพุทธศาสนา
2 ความคิดเห็น:
Wow!!!!wow!!ดีใจท่ีได้เป็นคนแรก ท่ีมีโอกาสอนุโททนาบุญกับประสบการณภายในใส เกินใส เห็นองค์พระนับไม่ถ้วน ท่ีสำคัญคือเธอมีความสุขแลใจเกาะเก่ียวอยู่กับท่านทุกอิริยาบทเลย อย่างนี้เรียกว่าไม่เสียชาติเกิด
แม่ครูภูมิใจมั๊ก มากเลย ท่ีได้ร่วมรับรู้และสัมผัสกับความดี ความงามทั้งนอก ทั้งในพร้อมในบุคคลคนเดียวกัน
"เอ๋ ลูกใครหว่า" น่าจะเป็นลูกพระราช โอ้ สาธุ
Ah! You are here again, that is you wishing for. I'm happy for you.
เธอมาคราวนี้ มาในรูปแบบพระพ่ีเลี้ยง และอีกแสนรูปก็จะตามมา เสียดายจริงๆ ไม่ได้ไปบวชลูกๆ คราวนี้
ขอนอุโมทนาบุญ และจะเก็บเก่ียวความรู้สึกดีๆ ปล้ืมของเมื่อบวชคราวพระOtop 7000 ตำบล
แสดงความคิดเห็น