
ศุกร์ที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๒
๐๙.๓๖ น. - ตุ๊กติ๊กยังคงนอนหลับอยู่ชั้นล่างหลังจากนั่งรถจากเชียงใหม่ มาถึงกรุงเทพฯ เมื่อเช้านี้ เพื่อที่จะมาช่วยขับรถไปเชียงใหม่ในช่วงเย็น ติ๊กบอกว่า ได้นอนในรถมามากพอควรแล้ว แต่ผมก็บอกน้องให้นอนอีกจนถึงบ่าย โดยเตรียมที่นอนและเปิดแอร์ในห้องชั้นบนไว้ให้ แต่ติ๊กก็ขออนุญาตเปิดพัดลมนอนชั้นล่าง
เมื่อเห็นว่าเป็นเจตนาของน้องก็ไม่ขัดใจ
ติ๊กเป็นคนขี้เกรงใจมาตั้งแต่เด็ก ๆ จำได้ว่า ตอนเราพบกันครั้งแรก ๆ ขณะขับมอเตอร์ไซค์จากเชียงใหม่ขึ้นอมก๋อย ท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บ ผมนำเสื้อแขนยาวของตนเองให้น้อง น้องรับด้วยความเกรงใจแล้วเอาไปพันคอ ไม่ยอมสวม จนกระทั่งเดินทางถึงบ้าน เมื่อสอบถามน้อง ๆ คนอื่น ๆ ว่า “ทำไมติ๊กจึงไม่ใส่เสื้อแขนยาวของพี่” ได้รับคำตอบว่า "ติ๊กกลัวทำให้เสื้อพี่เหม็นครับ" ติ๊กเป็นน้องที่ "ครับ" ตลอด ไม่ว่าจะบอกกล่าวหรือไหว้วานให้ทำสิ่งใด จนกระทั่งคำว่า "ครับ" กลายเป็นเอกลักษณ์ที่พี่ ๆ ทุกคนจดจำ
๑๘.๐๐ น. - เราเริ่มเดินทางออกจากกรุงเทพฯ สู่เชียงใหม่ เพื่อจัดงานทอดกฐิน ตุ๊กติ๊กเป็นคนขับมือแรก หันไปถามติ๊กว่า “รู้สึกไงบ้างติ๊ก เมื่อเช้านี้เพิ่งลงจากเชียงใหม่ แล้วเย็นนี้ก็ออกจากกรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่อีก" ติ๊กตอบสั้น ๆ ว่า "สนุกดีครับพี่" ระหว่างเดินทางเราไม่ได้พูดคุยอะไรกันมากมายนัก ฟังเสียงเพลงเบา ๆ ส่วนผมนึกย้อนถึงความทรงจำในยุคแรก ๆ ของเมื่อ ๗ ปี ก่อน ในยุคนั้นดูเหมือนคำว่า กรุงเทพฯ กับ เชียงใหม่ มันช่างห่างไกลกันมาก ๆ แต่เมื่อผมได้เจอกับกลุ่มน้อง ๆ เส้นทางกรุงเทพฯ -เชียงใหม่ ก็ไม่เคยไกลอีกต่อไป ว่างเมื่อไหร่ จังหวะงานเผลอคราวใด เป็นต้องไปหาน้อง ๆ ทุกที
แอ๊ดโทรมาแจ้งว่า ขณะนี้แอ๊ดกับแดงมารับน้องที่สันป่าตองแล้ว น้อง ๆ ไปช่วยจัดงานได้ประมาณ ๑๕ คน เพราะมีรถเพียงแค่คันเดียว น้องอีกส่วนหนึ่งจึงแบ่งไปทำหน้าที่ทาสีให้กับวัดที่อยู่ใกล้ ๆ กับวิทยาลัย ขณะเดินทางฝนตกเป็นระยะน้องที่นั่งท้ายรถจึงเปียกฝนกันหมดแต่ทุกคนก็ยังยิ้มแย้มสนุกสนาน
การเดินทางครั้งนี้เราขับรถไปทาง อ.ลี้ สู่ อำเภออมก๋อย ซึ่งสามารถย่นระยะทางได้มากมาย พอรถผ่านเส้นทางหุบเขาคดโค้งของ อ.ลี้ ผมจึงได้เปลี่ยนไปขับแทนน้อง
เสาร์ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๒
ถึงอมก๋อย (บ้านตุ๊กติ๊ก ตอนตี ๕) เมื่อคืนขับรถหลงทางไปเกือบถึงลำพูน เลยทางแยกเข้าดอยเต่าไปเสียไกล ต้องเสียเวลาขับรถย้อนกลับเป็นชั่วโมง ขณะที่ติ๊กกำลังจะโงหัวตื่นก็เลยรีบบอกติ๊กว่า "ติ๊กนอนต่อเลยน้องถึงแล้วจะปลุก" (เพราะอายที่พาน้องหลง)
- ตี ๕ กว่า ๆ กำลังจะล้มต้วลงนอน อู๊ดโทรมาบอกว่า มีทีมเจ้าภาพมาอีก ๑ คณะ คือ ป้าดา ให้โทรบอกทางด้วย จึงตัดสินใจไม่นอน โทรติดต่อป้าดาและพาตุ๊กติกออกมารอที่หน้า ร.ร.อมก๋อย พ่อติ๊กทำหน้างง ๆ ว่า เพิ่งเข้ามาและเพิ่งจะล้มตัวลงนอนจะออกไปกันอีกแล้วเหรอ
๗.๐๐ น.- เจอป้าดาและน้องชายที่หน้าโรงเรียน ถามป้าดาว่า เดินทางมาเชียงใหม่บ่อยไหมทำไมจึงมาอมก๋อยได้ถูก ป้าบอกว่า “เพิ่งมาเป็นครั้งแรก” นับว่า..เทพมาก ! ไม่หลงเลย..ทานก๋วยเตี๋ยวด้วยกันเสร็จแล้วก็ไปยังที่พักอมก๋อยรีสอร์ท อู๊ด เดินทางมาถึงพร้อมกับคุณแม่ในเวลา ๙ นาฬิกาเศษ
ตอนช่วงสายแอ๊ดมารับน้อง ๆ อีกทีมที่บ้านผาปูน และแวะมาสวัสดีผู้ใหญ่ใจดี มีน้อง ๆ มดแดงทีมอมก๋อย เกือบ ๒๐ คน ไปร่วมกันจัดงานสมทบกับทีมที่มาจากสันป่าตองตั้งแต่เมื่อคืน
บ่าย-หลังจากแอ๊ดและน้องส่งน้องเรียบร้อยก็ได้เดินทางมาที่รีสอร์ทอีกครั้ง เพราะ ๔ โมงเย็นวันนี้จะให้พาอู๊ดไปดูที่ดินเผื่อจะใช้เป็นสถานที่ฝึกอบรม
กว่าเราจะดูที่ในแต่ละแห่งเรียบร้อยก็ตกค่ำโดยมีฝนปรอย ๆ ตลอดเวลา หลังกลับมาที่พักก็สั่งอาหารและนั่งประชุมงานกันทั้งงานของวันพรุ่งนี้และแผนงานต่าง ๆ ในอนาคต ค่ำคืนนี้เราได้ทานอาหารร่วมกับกับท่านเจ้าภาพผู้ใหญ่ทุกคน บรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่น จากนั้นแอ๊ดและแดง ลาไปดูแลทีมน้อง ๆที่วัด
อาทิตย์ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๒
เราเดินทางออกจากอมก๋อยรีสอร์ทตอน ๙.๓๐ น. ถึงอาศรมสวนป่าภาวนาดอยพุย เกือบ ๑๑ โมง พอถึงวัดพระอาจารย์ได้เดินพาชมวัด จากนั้นก็ได้พากันถวายเพล และรับประทานอาหารร่วมกัน หลายคนชมว่า อาหารฝีมือชาวดอยอร่อยมาก โดยเฉพาะน้ำพริกของชาวดอยหอมน่ารับประทาน
พิธีทอดกฐินและถวายพระไตรปิฏก ๔ ตู้แก่วัดบนดอย เริ่มขึ้นในช่วงบ่ายโมงเศษ ๆ โดยมีน้อง ๆ มดแดงถือพานดอกไม้และธงนำขบวนเจ้าภาพ โชคดีที่ฝนไม่ตก พิธีกรรมทอดกฐินผ่านไปด้วยความเรียบร้อย หลังจากพระให้พรเสร็จ ฝนก็ตกทันที
คืนนี้มีโปรแกรมไปพักค้างที่บ้านแม่กลางหลวง ดอยอินทนนท์ หลังจากเสร็จพิธีแล้วเราก็เดินทางจากอมก๋อยสู่ดอยอินทนนท์กันต่อเลย น้อง ๆ มดแดงสันป่าตอง นั่งท้ายรถกะบะเหมือนเดิม และฝนก็ตกเหมือนเดิม เมื่อบอกให้มานั่งในรถได้เพราะตอนนี้มีรถ ๓ คัน น้อง ๆ บอกว่า ไม่เป็นไรเพราะตอนนี้เปียกแล้วถ้าเข้าไปในรถจะหนาวและจะทำให้รถเปียก จากนั้นเราก็ได้ยินเสียงน้อง ๆ ร้องเพลงอยู่ท้ายรถอย่างสนุกสนาน นี่สิ..น้อง ๆ มดแดง ไม่เคยกลัวหรือย่อท้อต่อความยากลำบาก หนาวร้อนใด ๆ เลย
ระหว่างเดินทางมายังดอยอินทนนท์ ป้าดามองเห็นมีคนขายเห็ดโคนจึงเกิดความรู้สึกอยากจะนำไปแกงให้เด็ก ๆ รับประทาน จึงหันมาถามผมว่า ที่อินทนนท์มีเตาและครัวให้ทำกับข้าวไหม จึงบอกว่า มีครับ เพราะที่นั่นเรามีบ้านของน้อง ๆ มดแดงอยู่ สามารถไปใช้ครัวเขาได้ ดังนั้นจึงได้แวะที่ตลาดฮอด เพื่อซื้อเห็ดโคนเป็นจำนวนมาก ป้าบอกว่า อย่าเพิ่งรีบให้น้อง ๆ กลับนะ เดี๋ยวป้าจะโชว์ฝีมือแกงเห็ดให้กิน เมื่อไปถึงดอยอินทนนท์แล้ว ป้าดาก็อาศัยครัวบ้านพี่สาวน้องบี โชว์แกงเห็ดที่แสนอร่อย หลังอิ่มแปล้แล้ว รถก็ไปส่งน้อง ๆ ที่สันป่าตอง
1 ความคิดเห็น:
น้ำพริกชาวดอยนี้แบบไหนจ๊ะ ยังไม่เคยทานเลย แต่ยำปลากระป๋องอร่อยแน่ๆ ต้ายำก็อร่อย แต่ทาไปก็นึกถึงเจ้าโตงท่ีหายไป ปรกติคงเดินอยู่รอบๆ บ้าน ไอเดียของป้าดาก็ดีน๊ะ ต้มยำเห็ดโคน ไม่ต้องไปกวนเจ้าโตงมัน
คิดถึงพ่ีๆ ของน้องบีจัง คุยสนุกทุกคนเลย
แสดงความคิดเห็น